3.โครงการชดเชยรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ไร่ละ 1,000 บาท

โครงการชดเชยรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ไร่ละ 1,000 บาท

การดำเนินการ

(1) รับแจ้งเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ เริ่มวันที่ 1 พ.ย. 57 ถึง 15 ธ.ค. 2557

(2) ตรวจสอบและรับรองสิทธิ์ โดยคณะกรรมการตรวจรับรองสิทธิ์ฯเริ่มวันที่ 5 พ.ย.57 ถึง 31 มี.ค. 2558 

(3) การจ่ายเงินให้เกษตรกร  เริ่มวันที่  15 พ.ย. 2557 ถึง 30 เม.ย. 2558

ผลการดำเนินงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2558)

1) ได้รับอนุมัติงบประมาณค่าบริหารจัดการของโครงการชดเชยรายได้ฯ จำนวน 35.42 ล้านบาท
2) จัดงานประชาสัมพันธ์การจ่ายเงินช่วยเหลือ ชดเชยรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ตามนโยบายรัฐบาล ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 ในพื้นที่แหล่งปลูกยางสำคัญพร้อมกัน 6 จังหวัด คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สงขลา อำนาจเจริญ และจังหวัดจันทบุรี

19102558

  • ทั้งนี้ จำนวนเกษตรกรที่แจ้งเข้าร่วมโครงการฯ เป็นการรายงานผลรวมการรับแจ้งระดับอำเภอ ซึ่งเกษตรกร 1 ครัวเรือน ที่ปลูกยางพารามากกว่า 1 แปลง และแจ้งเข้าร่วมโครงการ ณ ที่ตั้งแปลง ที่อยู่ต่างอำเภอกัน จะถูกนับซ้ำ ทำให้จำนวนเกษตรกรที่นับรวมได้ สูงกว่าจำนวนครัวเรือนเกษตรกรที่แท้จริง นอกจากนั้น เกษตรกรรายใหม่ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ มีปริมาณสูงกว่าที่ประมาณการไว้ และยังไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบสิทธิ์

3) กรมส่งเสริมการเกษตรได้ทยอยส่งข้อมูลเกษตรกรที่ใช้เอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่เพื่อแสดงสิทธิ์ที่ดิน (ภ.บ.ท. 5,6,11) ให้สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) และแจ้งจังหวัดให้คณะทำงานตรวจสอบสิทธิ์ระดับตำบลดำเนินการจัดเก็บพิกัด GPS นำเข้าระบบของ สกย. แล้ว ซึ่ง สกย. ได้ดำเนินการจับเก็บเสร็จเรียบร้อยแล้ว 10,638 แปลง เพื่อจัดส่งให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   ตรวจสอบความถูกต้องและตรวจสอบกับข้อมูลแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศอีกครั้งหนึ่ง

แนวทางการดำเนินงาน

(1) เร่งรัดการดำเนินงานโครงการ โดยการปรับระบบการดำเนินการในพื้นที่ เช่น ให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการ ระดับอำเภอ ให้มากขึ้น และบันทึกผลการรับรองสิทธิ์ของเกษตรกรทันที

(2 )  เร่งรัดให้จังหวัดดำเนินการตรวจสอบ รับรองสิทธิ์ ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อให้สามารถจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ มกราคม ๒๕๕๘

(3 )  ธ.ก.ส. ได้ปรับระบบการจ่ายเงินแก่เกษตรให้เร็วขึ้น จากเดิมหนึ่งครัวเรือน เกษตรกรขอรับเงินได้ 1 ครั้งเท่านั้น ทำให้เกษตรกรต้องรอให้ผ่านการรับรองครบทุกแปลงแล้ว จึงมาแจ้งขอรับเงินจาก ธ.ก.ส ได้  ปรับเป็น ให้สามารถจ่ายเงินให้เกษตรกรได้หลายครั้ง ตามจำนวนแปลงที่ผ่านการรับรองสิทธิ์ แต่ไม่เกินครัวเรือนละ 15 ไร่ และปรับกระบวนการทำงานในพื้นที่เช่นกัน โดยให้เจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ไปรับแจ้งขอรับเงินจากเกษตรกรในพื้นที่  เพื่อเร่งรัดให้การจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรได้รวดเร็วขึ้น