1.การพัฒนาสู่ 5 smart

1.การพัฒนาผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนสู่ SMART PRODUCT

รายละเอียดกิจกรรม
กรมส่งเสริมการเกษตร มีนโยบายในการส่งเสริมกิจกรรมเพิ่มรายได้นอกภาคการเกษตร ต่อเนื่องจากภาคการผลิต มุ่งหวังให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตสดจากภาคเกษตร ในภาวะที่ผลผลิตสดด้านการเกษตรมีการแข่งขันสูง ปริมาณผลผลิตมีมาก อายุสั้น ราคาตกต่ำ เกิดภาวะล้นตลาด ปัญหาเหล่านี้กลายเป็น วัฏจักร ที่เกษตรกรต้องเผชิญหน้าอยู่ทุกช่วงฤดูกาลผลิตของทุกปี ดังนั้นกระบวนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว โดยการส่งเสริมให้เกษตรกรนำผลผลิตสดที่มีในท้องถิ่นแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและไม่ใช่อาหารจึงเป็นวิธีการหนึ่ง ที่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา สร้างมูลค่าเพิ่ม ได้เป็นอย่างดี โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้การดูแลการบริหารจัดการกลุ่ม ประสานงานด้านถ่ายทอดความรู้วิชาการ การพัฒนาด้านต่างๆ อาทิ กระบวนการผลิต รูปแบบผลิตภัณฑ์ การจัดการคุณภาพ ตลอดจนประสานงานการตลาด ทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพเสริมรายได้แก่ครัวเรือนเกษตรกร

ประเภทผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น 5 หมวด ได้แก่

  • 1) ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม
  • 2) ผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย
  • 3) ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมและสิ่งประดิษฐ์
  • 4) ผลิตภัณฑ์เครื่องอุปโภคและสมุนไพร
  • 5) ท่องเที่ยวเกษตร/ชุมชน

แนวทางการดำเนินงานพัฒนา Smart Product ประกอบด้วย
1. การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
– ประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการวิจัย ทดสอบเทคโนโลยีการแปรรูปผลผลิตการเกษตร การพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิมให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีในท้องถิ่น
2. การถ่ายทอดเทคโนโลยี
– สนับสนุนการถ่ายทอดทักษะความรู้ในทุกด้านที่เกี่ยวข้อง เช่น เทคโนโลยีด้านการแปรรูป การจัดการการผลิต /วัตถุดิบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การจัดการคุณภาพ และการตลาด เป็นต้น 3. การพัฒนาการผลิต
– สนับสนุนการจัดหาแหล่งทุนในการปรับปรุงสถานที่ผลิต การพัฒนากระบวนการผลิต รูปแบบผลิตภัณฑ์ /บรรจุภัณฑ์ การจัดหาวัสดุอุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
4. การจัดการคุณภาพ
– ผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร สนับสนุนการพัฒนามาตรฐานกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) /Primary GMP ตัวผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองคุณภาพจากสถาบัน/หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เครื่องหมาย อย. จากกระทรวงสาธารณสุข ,เครื่องหมายฮาลาล จากสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย เป็นต้น
– ผลิตภัณฑ์ด้านที่ไม่ใช่อาหาร ให้ผ่านการรับรองคุณภาพจากกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ เครื่องหมาย มผช. /มอก. เป็นต้น
5. การส่งเสริมการตลาด
– สนับสนุนการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าแก่สถาบันเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน เช่น
การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ การเข้าร่วมโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) การแสดงนิทรรศการสินค้าเกษตรแปรรูป การจัดตลาดนัดระดับท้องถิ่น ระดับเขตและระดับประเทศ เป็นต้น
6. การติดตามและประเมินผล
– สนับสนุนระบบติดตามความก้าวหน้า ผลการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับและการสรุปประมวลผลเพื่อใช้เป็นแนวทางในการสนับสนุนกลุ่มผู้ผลิตต่อไป
ระดับการส่งเสริม
1. ระดับพื้นฐานแปรรูปผลิตผล = วิสาหกิจชุมชน / องค์กรเกษตรกร ที่เพิ่งเริ่มดำเนินกิจกรรมหรือไม่เคยได้รับการสนับสนุนมาก่อน มีเป้าหมายการผลิตเพื่อบริโภคตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารของชุมชน
2. ระดับพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ = วิสาหกิจชุมชน / องค์กรเกษตรกร ที่มีทักษะและดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ต้องการพัฒนามาตรฐานการผลิต เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ โดยมีเป้าหมายการผลิตเพื่อเพิ่มรายได้แก่ครอบครัว มีศักยภาพในการเชื่อมโยงและขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
คุณสมบัติ/ตัวชี้วัด
1. มีเรื่องราว (Story ) ของผลิตภัณฑ์
2. มีกระบวนการผลิตได้มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพรับรองตามประเภทของผลิตภัณฑ์
3. มีการลดของเสีย (Zero Defect) ในกระบวนการผลิต
4. มีกระบวนการผลิตหรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
5. มีตลาดหลักรองรับผลิตภัณฑ์
                                                ผลการดำเนินงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558)

กองวิสาหกิจชุมชนได้ส่งเสริมให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร จัดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนสู่ SMART PRODUCT ดังนี้

  • 1. การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร จำนวน 7 ร้านค้า ในวันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2558  ณ ตลาดนัดเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร มียอดจำหน่ายรวม 12,600 บาท
  • 2.การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร จำนวน 11 ร้านค้า ในวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2558  ณ ตลาดนัดเกษตรกร  กระทรวงแรงงาน มียอดจำหน่ายรวม 105,670 บาท วิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร มียอดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ทั้ง 2 สถานที่รวม 118,270 บาท

ภาพกิจกรรมการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ร้านค้าของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและร้านวิสาหกิจชุมชน

ตลาดนัดเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร

ตลาดนัดเกษตรกร กระทรวงแรงงาน

 

 

2.การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนสู่ SMART GROUP

รายละเอียดกิจกรรม
Smart Group หมายถึง กลุ่มที่สามารถคิด วิเคราะห์ แก้ไขปัญหา ค้นคว้าแนวทางพัฒนาตนเอง และสามารถบริหารจัดการทุน ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยการสนับสนุน ประสานงานของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร
คุณสมบัติในภาพรวมของ Smart Group
1. มีความคิดริเริ่ม
2. มีความสามารถในการบริหารจัดการสถาบัน
3. สมาชิกมีส่วนร่วม
4. องค์กรมีความมั่นคง
5. มีความใส่ใจกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ตัวชี้วัด Smart วิสาหกิจชุมชน
1. เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีการเรียนรู้อย่างงต่อเนื่อง โดยการมีส่วนร่วมของผู้นำและสมาชิก

2. มีการบริหารจัดการที่ดี โดยวิเคราะห์จาก

      • 2.1 มีแผนวิสาหกิจชุมชนที่ส่งผลต่อความก้าวหน้า และกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
      • 2.2 มีการวิเคราะห์และบริหารทุนเพื่อการประกอบการ ทั้งทุนทางสังคมและทุนที่เป็นเงิน โดยเริ่มต้นจากภายใน ก่อนการพึ่งพาทุนจากภายนอก ให้มีการพึ่งพาทุนภายนอกน้อยที่สุด
      • 2.3 มีระบบบัญชีที่โปร่งใส ตรวจสอบได้และสามารถนำข้อมูลทางบัญชีมาใช้ประโยชน์ในการบริหารงาน
      • 2.4 มีโครงสร้างการบริหารองค์กร ข้อบังคับ ระเบียบและกฎที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนนั้น
      • 2.5 สินค้าและบริการมีคุณภาพ
      • 2.6 มีการประกอบการที่มีผลกำไรต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี
      • 2.7 มีเงินทุนสำรองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
      • 2.8 สมาชิกได้รับสวัสดิการอย่างเป็นระบบ โดย สมาชิกมีส่วนร่วมในการสมทบจัดหา หรือจัดการเงินเพื่อสวัสดิการ
      • 2.9 มีการเตรียมผู้นำเพื่อพัฒนาเป็นผู้บริหารวิสาหกิจชุมชนรุ่นต่อไป

3. มีกิจกรรมหรือโครงการที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม
4. มีการสร้างเครือข่ายที่ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อวิสาหกิจชุมชน
5. เป็นศูนย์เรียนรู้ สามารถถ่ายทอดกระบวนการเรียนรู้ได้
                                                   ผลการดำเนินงาน   (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558)
วิสาหกิจชุมชนต้นแบบ

วิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2557 วิสาหกิจชุมชนบ้านหนองบอน รหัสทะเบียน: ๑-๑๙-๑๒-๐๓/๑-๐๐๐๕

ที่ตั้ง : เลขที่ ๑๐๕ หมู่ที่ ๙ บ้านหนองบอน ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี

๑. ความคิดริเริ่ม แนวคิดในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และการพึ่งตนเอง

วิสาหกิจชุมชนบ้านหนองบอน จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาและความต้องการของสมาชิกภายในชุมชน ประกอบกับการมีผู้นำที่เข้มแข็งและมีความเสียสละ ในการทำกิจกรรมของกลุ่มนั้นสมาชิกทุกคนได้มีส่วนร่วม และมีบทบาทในการดำเนินกิจกรรมกลุ่มร่วมกัน ตั้งแต่การร่วมกันคิด ร่วมกันตัดสินใจ ร่วมกันลงมือทำ ร่วมติดตามและประเมินผลตลอดจนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น และการร่วมรับผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรม โปร่งใสตรวจสอบได้ มีการจัดทำบัญชีอย่างสม่ำเสมอ และหัวใจหลักที่สำคัญในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม คือ “การพึ่งพาตนเอง”เน้นการใช้วัตถุดิบ ทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่ในชุมชนให้มากที่สุด เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดของคนในชุมชนและถ่ายทอดสู่รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไปด้วย โดยมุ่งเน้นประโยชน์ของคนในชุมชนมากกว่าการแสวงหากำไรเพื่อการสร้างรายได้และอาชีพ เพื่อการลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกในชุมชน

. ความสามารถในการบริหารจัดการสถาบัน

สมาชิกทุกคนได้มีส่วนร่วมและมีบทบาทในการดำเนินกิจกรรมกลุ่มร่วมกัน ตลอดจนมีการทบทวนปรับปรุงแผนการทำงานเพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น กลุ่มมีการพึ่งพาตนเองตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกลุ่มโดยมีการระดมหุ้นจากสมาชิกเพื่อร่วมทุนเพื่อให้กลุ่มมีทุนในการประกอบการ รวมถึงการจัดหาทุนเพิ่มเติมจากภายนอกมีการจัดทำบัญชีอย่างสม่ำเสมอ โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการกำหนดโครงสร้างและบทบาทหน้าที่การทำงาน และกำหนดกฎระเบียบ ข้อบังคับ ของกลุ่มที่ชัดเจน มีการผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า มีการคัดเลือกวัตถุดิบโดยเน้นที่คุณภาพ มีการควบคุมและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ มีการกำหนดราคาโดยเปรียบเทียบกับราคาปัจจุบันในท้องตลาด มีระบบสวัสดิการสำหรับสมาชิกและชุมชน โดยการจัดสรรผลกำไรบางส่วนเป็นเงินปันผลให้แก่สมาชิกและสาธารณประโยชน์แก่ชุมชน มีการจดบันทึกข้อมูลของกลุ่มเป็นประจำ มีการประชุมเป็นประจำ และเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้ให้กับบุคคลที่สนใจทั้งในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ให้ความสำคัญและให้ความช่วยเหลือกลุ่มในด้านต่างๆ

. บทบาทและความมีส่วนร่วมของสมาชิกต่อสถาบัน

สมาชิกทุกคนได้มีส่วนร่วมและมีบทบาทในการดำเนินกิจกรรมกลุ่มร่วมกัน ตั้งแต่การร่วมกันคิด ร่วมกันตัดสินใจร่วมกันลงมือทำ ร่วมติดตามและประเมินผล ตลอดจนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น และการร่วมรับผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ สมาชิกกลุ่มมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการเรียนรู้ด้วยตนเองทั้งข้อจำกัดของตนเองและชุมชน และการเรียนรู้จากภายนอก ในการแก้ไขปัญหาให้ตรงตามปัญหาที่แท้จริง

. ความมั่นคงและฐานะเศรษฐกิจของสถาบัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชุมชน

วิสาหกิจชุมชนบ้านหนองบอน จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาและความต้องการของสมาชิกภายในชุมชน หลักสำคัญในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม คือ “การพึ่งพาตนเอง” โดยเน้นการใช้วัตถุดิบ ทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่ ในชุมชนให้มากที่สุด ลดการพึ่งพาจากภายนอก มุ่งเน้นประโยชน์ของคนในชุมชนมากกว่าการแสวงหากำไรเพื่อการสร้างรายได้และอาชีพในชุมชน โดยสมาชิกมีรายจ่ายลดลง และมีรายได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันคนในชุมชนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการรวมกลุ่มมากขึ้น จึงทำให้กลุ่มมีสมาชิกเพิ่มขึ้น และมีเงินสำรองของกลุ่มเพิ่มขึ้นด้วย

. การทำกิจกรรมด้านสวัสดิการชุมชน สาธารณประโยชน์ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กลุ่มให้ความสำคัญกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยกลุ่มมีกิจกรรมที่พัฒนาความสะอาดและการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในชุมชน มีการปลูกฝังจิตสำนึกในการเสียสละ เกื้อกูล อนุรักษ์และใส่ใจสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้มูลโค เพื่อปรับปรุงบำรุงดินในการเพาะปลูกเพื่อลดปริมาณการใช้ปุ๋ย เคมี และการใช้เงินทุนของกลุ่ม ส่วนหนึ่งให้สมาชิกได้กู้ยืมเพื่อไปใช้ลงทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ โดยเสียดอกเบี้ยให้กับกลุ่ม มีระบบสวัสดิการสำหรับสมาชิกและชุมชนโดยการจัดสรรผลกำไรบางส่วนเป็นเงินปันผลให้แก่สมาชิกและสาธารณประโยชน์แก่ชุมชน เช่น การสนับสนุนทุนการศึกษาการทำความสะอาดลานวัด เนื่องในงานกฐินประจำปี การซ่อมแซมถนน เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ กิจกรรมแจกขนมและอุปกรณ์การศึกษาแก่นักเรียน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ กิจกรรมปลูกต้นไม้ริมทางของโครงการหมู่บ้าน

. สรุปปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ และทำให้ชนะการประกวดในครั้งนี้

วิสาหกิจชุมชนบ้านหนองบอน เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มกันของสมาชิกภายในชุมชนเพื่อแก้ไขปัญญา และได้มีการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกในชุมชน ทำให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชน และลดภาระค่าใช้จ่ายทำให้สมาชิกภายในชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น โดยสมาชิกได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานของกลุ่มมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันแก้ปัญหา ร่วมกันรับผลประโยชน์ร่วมประเมินการดำเนินงานของกลุ่ม และมีการดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง ลดการพึ่งพาจากภายนอก สมาชิกมีการร่วมกันลงทุนและมีการจัดสรรผลกำไร ตลอดจนการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อชุมชนตลอดมากลุ่มมีความเข้มแข็งและมีการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี มีการจัดทำบัญชีที่เป็นระบบ มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ตรงตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๘

 

 3.สำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office

กรมส่งเสริมการเกษตรมีการจัดบริการให้เกษตรกรในระดับพื้นที่ โดยพัฒนาช่องทางการเข้าถึงบริการทางด้านการเกษตรอย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว สร้างโอกาสการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานและภาคีส่วนที่เกี่ยวข้อง และได้ให้ความสำคัญกับการให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ ในลักษณะของศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office โดยดำเนินงานปี 2557 จำนวน 115 อำเภอ ในปี 2558 ขยายผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office อีกจำนวน 767 อำเภอรวมทั้งสิ้น 882 อำเภอ ให้ครอบคลุมทุกจังหวัด โดยทำการปรับปรุงสำนักงานเกษตรอำเภอให้มีสภาพเหมาะสมต่อการให้บริการเกษตรกรและประชาชนที่มาติดต่อราชการ และวางรูปแบบสำนักงานที่อำนวยความสะดวกต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อรองรับการปฏิบัติงานระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยนำระบบเกษตรกรปราดเปรื่อง(www.thaismartfarmer.net)ในการให้บริการเกษตรกรในพื้นที่โดยใช้บัตร SmartCard ในการเข้าถึงบริการมีระบบสำคัญ 4 ระบบย่อย คือ 1. ตรวจสอบข้อมูลเกษตรกร (e-Check) 2. บริการให้กับประชาชน (e-Service) 3. เกษตรกรต้นแบบ/เจ้าหน้าที่ต้นแบบ (e-Contact) และ 4. ข้อมูลองค์ความรู้ (e-Knowledge)
สำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office มีองค์ประกอบ 4 มิติ คือ
1. สถานที่ ภายในมีการจัดส่วนการให้บริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส เพื่อความสะดวกต่อการปฏิบัติงาน สะอาด สวยงาม เป็นระเบียบ ภายนอกจัดต้นไม้ ให้ร่มรื่นมีแปลงเรียนรู้พืชที่สำคัญของท้องถิ่น มีสถานที่จอดรถสำหรับผู้มารับบริการ และมีกระบวนการในการบริการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) รับบัตรคิว 2) รอรับบริการ 3) ให้บริการ 4) ประเมินความพึงพอใจ
2. อุปกรณ์ ประกอบด้วย อุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ เครื่องพิมพ์ Passbook เครื่องอ่านการ์ด เครื่องอ่านบาร์โค๊ต ฯลฯ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดต้องจัดเป็นระบบเครือข่ายเชื่อมโยงใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันได้ และต้องเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
3. ระบบงาน ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่

      • 3.1 ระบบการให้บริการ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอ
      • 3.2 ระบบส่งเสริมการเกษตรมิติใหม่ MRCF

4. ผู้ให้บริการ นักส่งเสริมการเกษตรผู้ให้บริการจะต้องเป็น Smart Extension Officer

Screenshot_5

ผลลัพธ์ในการดำเนินงาน เพื่อให้สำนักงานเกษตรอำเภอเป็นช่องทางในการเข้าถึงบริการทางด้านการเกษตรแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) สะดวก รวดเร็ว โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย จะช่วยแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ต่อไป

ผลการดำเนินงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2558)

1. ปีงบประมาณ 2557 มีสำนักงานเกษตรอำเภอที่นำร่อง เป็นสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office จำนวน 115 แห่ง สามารถให้บริการแก่เกษตรกรผ่านระบบ www.thaismartfarmer.net ได้แก่
1) การตรวจสอบข้อมูลเกษตรกร
2) การให้บริการข้อมูล/ความรู้
3) การติดต่อกับหน่วยงานอื่นเพื่อขอรับบริการเพิ่มเติม
2. เกษตรกรมีความพึงพอใจในบริการของสำนักงานเกษตรเกษตรอำเภอ Smart Office นำร่องในปี 2557 และถอดบทเรียนจากการดำเนินงานสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office (Best Practice) จำนวน 9 อำเภอ
3. ปีงบประมาณ 2558 ได้ขยายบริการในลักษณะของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office จำนวน 767 อำเภอ เพื่อให้ครอบคลุมทั้งประเทศ รวมทั้งสิ้น 882 อำเภอ ผลการดำเนินงาน คือ
– สำนักงานเกษตรอำเภอดำเนินการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ และการจัดระบบการให้บริการเสร็จแล้ว คิดเป็นร้อยละ 80
– สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขต พัฒนาเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการของสำนักงานเกษตร อำเภอเป้าหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว จำนวน 1,320 คน
4. กรณีตัวอย่าง :
– การให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office สำนักงานเกษตรอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
– การให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office สำนักงานเกษตรอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี
– การให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office สำนักงานเกษตรอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
– การให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office สำนักงานเกษตรอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร
– การให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office สำนักงานเกษตรอำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
– การให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office สำนักงานเกษตรอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
– การให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office สำนักงานเกษตรอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขต ติดตามการดำเนินงานสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office เกี่ยวกับการติดตั้งและใช้งานระบบการให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชน

1. การดำเนินงานสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office ปี 2558 (ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่)
2. กรณีตัวอย่างการให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office นำร่อง

        • 2.1 กรณีตัวอย่าง : การให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
          (ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่)
        • 2.2 กรณีตัวอย่าง : การให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office สำนักงานเกษตรอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี
          (ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่)
        • 2.3 กรณีตัวอย่าง : การให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office สำนักงานเกษตรอำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
          (ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่)
        • 2.4 การให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office สำนักงานเกษตรอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
          (ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่)
        • 2.5 การให้บริการของสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office สำนักงานเกษตรอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
          (ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่)

3. ผลการถอดบทเรียนสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก (ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่)
4. ประมวลภาพกิจกรรมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “แนวทางการดำเนินงานสำนักงาน เกษตรอำเภอ Smart Office สำหรับเจ้าหน้าที่เขตและส่วนกลางประจำปี พ.ศ. 2558” วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557ณ ห้องประชุมกรมส่งเสริมการเกษตร ชั้น 5 อาคาร 1 (ห้องประชุม 7)(ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่)

5. ประมวลภาพกิจกรรมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “แนวทางการดำเนินงานสำนักงาน เกษตรอำเภอ Smart Office สำหรับเจ้าหน้าที่เขตและส่วนกลางประจำปี พ.ศ. 2558” วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 ณ ห้องประชุมกรมส่งเสริมการเกษตร ชั้น 5 อาคาร 1 (ห้องประชุม 7) (ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่)

6. กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดแสดงนิทรรศการผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office ในการสัมมนา “เตรียมความพร้อมเกษตรไทย เริ่มต้นใหม่ฤดูกาลผลิต” เนื่องในวันเกษตรกร ระหว่างวันที่ 13-14 พฤษภาคม 2558 ณ อิมแพคฟอรั่ม ชั้น 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ให้เกษตรกรเป้าหมายและผู้สนใจได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office

7. ประมวลภาพการจัดแสดงนิทรรศการผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office ในการสัมมนา “เตรียมความพร้อมเกษตรไทย เริ่มต้นใหม่ฤดูกาลผลิต” เนื่องในวันเกษตรกร ระหว่างวันที่ 13-14 พฤษภาคม 2558 ณ อิมแพคฟอรั่ม ชั้น 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
8. เตรียมการจัดทำแผนการถอดบทเรียน Best Practice สำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office

9. ร่วมจัดแถลงข่าว “โครงการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่” ในงาน “เตรียมความพร้อมเกษตรกรไทย เริ่มฤดูกาลผลิต ปี 2558” วันที่ 10 มิถุนายน 2558เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคาร 1 กรมส่งเสริมการเกษตร
10. กรมส่งเสริมการเกษตรและสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 จังหวัดราชบุรี วางแผนติดตามความก้าวหน้าการสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office ของเขต 2 ที่ได้รับงบประมาณปรับปรุงสำนักงานประจำปี 2558 ได้แก่ สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี   ในวันที่ 11 มิถุนายน 2558

11. วันที่ 11 – 12 มิถุนายน 2558 กองวิจัยและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรและศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานปรับปรุงอาคารสำนักงาน การติดตั้งและ การใช้งานระบบของสำนักงานเกษตรอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี และสำนักงานเกษตรอำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี

12. วันที่ 17 – 19 มิถุนายน 2558 กองวิจัยและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรและศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานปรับปรุงอาคารสำนักงาน การติดตั้งและ การใช้งานระบบของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท สำนักงานเกษตรอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก และสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดสิงห์บุรี

13. วันที่ 23 -2 4 มิถุนายน 2558  กองวิจัยและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรและศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานปรับปรุงอาคารสำนักงาน การติดตั้งและ การใช้งานระบบของสำนักงานเกษตรอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสำนักงานเกษตรอำเภอ บางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา

14. วันที่ 8-9 กรกฎาคม 2558 กองวิจัยและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร ดำเนินการถอดบทเรียนการดำเนินงานสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office ที่เป็นต้นแบบที่ดี (Best Practice)” ของสำนักงานเกษตรอำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี

15. สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถอดบทเรียนการดำเนินงานสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office ดังนี้

16. สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 จังหวัดชัยนาท ถอดบทเรียนการดำเนินงานสำนักงานเกษตรอำเภอ Smart Office ดังนี้

ผลการดำเนินงานพัฒนา SMART Officer

ข้อมูล ณ วันที่ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558

 

1011

เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558 นายสุรพล จารุพงศ์ รองอธิบดี

กรมส่งเสริมการเกษตร ฝ่ายบริหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม1012ข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ หลักสูตร “การเป็นข้าราชการที่ดี” ประจำปีงบประมาณ 2559 รุ่นที่ 2 ณ โรงแรมจันทรา รีสอร์ท จังหวัดนครนายก บุคคลเป้าหมาย คือ ข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตำแหน่งนักวิชาการส่งเสริมเกษตรปฏิบัติการ นักวิชาการการเงินและบัญชีปฏิบัติการ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ วิศวกรปฏิบัติการ รวม 119 คน กำหนดจัดตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม – 13 พฤศจิกายน 2558 รวม 15 วัน โดยมีสถานที่จัดฝึกอบรม 4 แห่ง คือ ณ โรงแรมจันทรา รีสอร์ท ค่ายลูกเสือท่าชัย จังหวัดนครนายก ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จังหวัดนครนายก และโรงแรมสีดารีสอร์ท จังหวัดนครนายก การ1013ฝึกอบรมดังกล่าวเน้นการปลูกฝังปรัชญาการเป็นข้าราชการที่ดี การพัฒนาจิตสำนึก ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม จรรยาข้าราชการ กิจกรรมช่วยเหลือสังคม1014 การทำงานเป็นทีม และพัฒนาเครือข่ายในการทำงาน และหัวข้อวิชาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านส่งเสริมการเกษตร โดยเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์และการลงมือปฏิบัติจริงซึ่งก่อให้เกิดผลดีต่อข้าราชการที่บรรจุใหม่ ในการนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานราชการ โดยมีการฝึกปฏิบัติ การอยู่ร่วมกัน การฝึกสมาธิ ตลอดจนการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการพัฒนาชนบท

1015

 

 

 

 

4.การพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer

(ข้อมูล ณ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558)

กรมส่งเสริมการเกษตร มีเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรไทยให้เป็น Smart Farmer เพื่อให้มีความพร้อม ความรู้ ความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพด้านการเกษตรตลอดห่วงโซ่คุณค่าการผลิตทางการเกษตรที่เกษตรกรดำเนินการ โดยให้ความสำคัญในการใช้องค์ความร่วมรู้และข้อมูลประกอบการตัดสินใจ การนำเทคโนโลยีและภูมิปัญญา ตลอดจนวิธีการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีมาใช้ หรือพัฒนา โดยตระหนักถึงคุณภาพมาตรฐานและปริมาณความต้องการของตลาด ตลอดจนสามารถเป็น Smart Farmer ต้นแบบ ที่เป็นแหล่งเรียนรู้และช่วยพัฒนาเกษตรกรรายอื่นๆต่อไป

กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการคัดกรองเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ทั้งสิ้น จำนวน 7,252,195 ราย บันทึกเข้าระบบแล้วจำนวน 6,769,212 ราย (93.34 %) ซึ่งจำแนกออกเป็น

          • – Existing Smart Farmer จำนวน 611,982 ราย (9.04 %)
          • – Developing Smart Farmer จำนวน 6,157,230 ราย (90.96 %)

คงเหลือครัวเรือนเกษตรกรที่ยังมิได้ดำเนินการ จำนวน 482,983 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ คัดกรองและบันทึกข้อมูลลงในเว็บไซต์เกษตรกรปราดเปรื่อง (http//:www.thaismartfarmer.net) ซึ่งจะดำเนินการคัดกรองแล้วเสร็จปลายเดือน พฤษภาคม 2558 ซึ่งหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการพัฒนาสู่เกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ต่อไป